กลับไปหน้าข่าวสาร
News

adiCET x NIA จัดเวที Final Pitching “Lanna Creative and Cultural Innovation Hub” คัดนวัตกรรมสร้างสรรค์ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมล้านนาสู่โอกาสทางธุรกิจ

adiCET x NIA จัดเวที Final Pitching “Lanna Creative and Cultural Innovation Hub” คัดนวัตกรรมสร้างสรรค์ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมล้านนาสู่โอกาสทางธุรกิจ

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 วิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชีย (adiCET) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “การประชุมพิจารณาคัดเลือกผลงานนวัตกรรมสร้างสรรค์พร้อมใช้ รอบตัดสิน (Final Pitching)” ภายใต้โครงการ Lanna Creative and Cultural Innovation Hub ณ ห้องเชียงแสน ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ เชียงใหม่ (คุ้มขันโตก) โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เพื่อค้นหาและสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพ พร้อมขยายผลสู่การใช้งานจริงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของพื้นที่ล้านนา

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย คุณกฤษณ์ ณ ลำเลียง, คุณวัชระ ตันตรานนท์, ดร.อำพล อาภาธนากร, คุณพีระรักษ์ พิชญกุล, คุณณัฐวุฒิ ศรีหมอก และคุณธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ ร่วมพิจารณาผลงานนวัตกรรมสร้างสรรค์พร้อมใช้ในรอบตัดสิน รวมถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ที่ปรึกษา ภาคีเครือข่าย และคณะทำงานโครงการ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หทัยทิพย์ สินธุยา คณบดีวิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชีย (adiCET) และผู้จัดการโครงการ กล่าวรายงานถึงที่มา เป้าหมาย และกระบวนการดำเนินงานของโครงการ

โครงการ Lanna Creative and Cultural Innovation Hub เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง NIA และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดย adiCET ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ให้สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีความพร้อมมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการบนฐาน อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และทรัพยากรของพื้นที่ภาคเหนือ

ตลอดกระบวนการเปิดรับผลงาน มีหน่วยงานและผู้ประกอบการจากพื้นที่เป้าหมาย 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และพะเยา ส่งข้อเสนอเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 42 โครงการ ครอบคลุม 3 กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ การท่องเที่ยวสร้างสรรค์ (Creative Tourism), ศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Art & Craft) และอาหารสร้างสรรค์ (Gastronomy) ก่อนผ่านกระบวนการพิจารณาและคัดกรองโดยคณะทำงานและผู้ทรงคุณวุฒิ จนเหลือ 8 โครงการ ที่มีศักยภาพเข้าสู่รอบ Final Pitching

เวที Final Pitching จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันเพื่อนำเสนอผลงาน แต่เป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมิน ความพร้อม ความเป็นไปได้ในการขยายผล และศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้รับข้อเสนอแนะโดยตรงจากคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำไปปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานและพัฒนานวัตกรรมให้พร้อมต่อการใช้งานจริงและการขยายผลเชิงพาณิชย์

เปลี่ยน “ทุนวัฒนธรรม” ให้เป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่า

ในงาน รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล ได้กล่าวถึงความสำคัญของการนำองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการและชุมชนสามารถนำ ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรของพื้นที่ มาต่อยอดเป็นสินค้า บริการ และรูปแบบธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มและสามารถแข่งขันในตลาดได้ พร้อมชี้ว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ล้านนาจำเป็นต้องผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม เทคโนโลยี การตลาด และความเข้าใจบริบทของพื้นที่เข้าด้วยกัน

ด้วยเหตุนี้ Final Pitching จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงคัดเลือกผู้ที่จะได้รับการสนับสนุน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการได้ ทดสอบแนวคิด แสดงศักยภาพ รับฟังมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งสามารถนำไปใช้พัฒนาผลงานและธุรกิจต่อได้ แม้ภายหลังสิ้นสุดกระบวนการคัดเลือก

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ยังมุ่งทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่าง ภาควิชาการ ผู้ประกอบการ ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแหล่งทุน เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็ง และสนับสนุนให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคเหนือสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ผ่านบทบาท Lanna Creative and Cultural Innovation Hub ของ adiCET

การดำเนินโครงการครั้งนี้เป็นการต่อยอดบทบาทจากการเป็นหน่วยงานด้านวิชาการและนวัตกรรม ไปสู่การเป็น พื้นที่เชื่อมโยงและพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภาคเหนือ โดยใช้กระบวนการตั้งแต่การค้นหาผู้ประกอบการ การคัดกรองข้อเสนอ การพัฒนาศักยภาพ การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการสร้างเวทีให้ผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพและเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายผล โดยหัวใจของกระบวนการไม่ได้อยู่ที่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ “อัตลักษณ์ล้านนา” สามารถอยู่ร่วมกับ “นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจสมัยใหม่” โดยไม่สูญเสียคุณค่าของพื้นที่ และสามารถสร้างรายได้ โอกาสทางธุรกิจ และผลกระทบกลับคืนสู่ผู้ประกอบการและชุมชน

จากข้อเสนอ 42 โครงการ สู่ 8 ทีมในรอบ Final Pitching สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของศักยภาพด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่ภาคเหนือ ตั้งแต่การนำแสงและเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยว การต่อยอดภูมิปัญญาล้านนาสู่แพลตฟอร์มและวัสดุสร้างสรรค์ ไปจนถึงการพัฒนาอาหารจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดในรูปแบบใหม่

กิจกรรม Final Pitching ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวของ Lanna Creative and Cultural Innovation Hub ในการเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่ในพื้นที่ให้กลายเป็นโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ผ่านการเชื่อมโยง “วัฒนธรรม – ความคิดสร้างสรรค์ – นวัตกรรม – ผู้ประกอบการ – ตลาด” และเป็นส่วนหนึ่งของบทบาท adiCET มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับ NIA ในการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของล้านนาสามารถต่อยอด เติบโต และสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน